Gen Avicularia (Lamarck, 1818)

 

Avicularia avicularia (Linnaeus, 1758)

Subfamily: Aviculariinae  ประกอบด้วยบึ้งสกุล Antillena gen. n. , Avicularia , Caribena gen. n. , Ephebopus , Heteroscodra , Iridopelma , Pachistopelma , Psalmopoeus , Stromatopelma , Tapinauchenius , Typhochlaena , Ybyrapora gen. n.

ถิ่นอาศัย เวเนสุเอล่า, ตรินิแดดและโทเบโก,  กายอานา, สุรินาเม , เฟรนช์เกียนา , บราซิล (รัฐมากาปา , รัฐปารา , รัฐมารันเยา , รัฐอามาโซนัส , รัฐมาตูโกรสซู)  และสามารถพบได้ใน เปรู และโบลิเวีย

Avicularia avicularia และตำแหน่งที่บันทึกการพบ

Avicularia avicularia  เป็นแมงมุมต้นแบบของแมงมุมวงศ์ Theraphosidae หรือ วงศ์บึ้ง ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1758 โดยลินเนียส  แรกเริ่มนั้นมันถูกบรรยายลักษณะอย่างคลุมเคลือตามลักษณะที่เห็น ซึ่งลักษณะที่ถูกบรรยายมีเพียงแค่เป็นแมงมุมขนาดใหญ่ มีตาแปดตารูปแบบการเรียงคล้ายอักษร X ไม่มีกลุ่มของตุ่มหนามสั้นขนาดเล็กบริเวณเหนือข้อพับของเขี้ยว และที่ Tarsus มีขนกำมะหยี่ (scapulae) และยังอธิบายว่าสามารถพบได้ทั้งในโพรงบนพื้นดินหรือต้นไม้ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตเป็นแมงมุมพเนจร ไม่ได้มีรังเป็นหลักแหล่ง

 

Avicularia avicularia (Linnaeus, 1758)  ตัวอย่างบึ้งตัวแรกและชนิดแรกของโลก

Avicularia มาจากภาษาลาตินแปลว่า “แมงมุมนก” ซึ่งมีที่มาจากภาพวาดที่มีชื่อเสียงโดย Maria Sibylla Merian ใน Metamorphosis Insectorum Surinamensium ปี ค.ศ. 1705 ซึ่งเป็นภาพของบึ้ง A.avicularia กำลังจับลูกนกไปกิน  เป็นบึ้งสกุลที่อาศัยบนต้นไม้ใช้ใยสร้างรังบนกิ่งใบของพืช  ในตอนกลางวันจะหลบซ่อนภายในรังแต่ในยามค่ำคืนจะออกมาซุ่มจับเหยื่อเป็นอาหาร มีกลไกในการป้องกันตัวที่น่าสนใจคือขนคัน หรือ urticating hair ไม่ว่าจะเป็นการสัมพัสโดยตรงหรือเมื่อถูกรบกวนจะใช้ขาคู่หลังปัดให้ขนคันกระจายฟุ้งไปในอากาศทำผู้รุกรานให้เกิดการระคายเคือง

Avicularia มีลักษณะที่คล้ายกับบึ้งสกุล Caribena , Ybyrapora , Iridopelma และ Typhochlaena แต่มีจุดสังเกตุความแตกต่างจากสกุลอื่นคือ กระจุกตา (tubercle) นูนสูงกว่าทำให้ตาแถวหน้ามีความโค้งนูนเป็นทรงระฆังคว่ำยอดสูง และมีความแตกต่างจากสกุล Typhochlaena คือปล้องสุดท้ายของ spinneret ที่ยาวกว่า

 

 

 

แตกต่างจาก Caribena คือมีขน urticating บนหลังท้องที่อ้วนและสั้นกว่า

ตัวเมียมีขนาดประมาณ 12.5 cm. กระดองสีน้ำตาลปกคลุมด้วยขนสั้นประกายเขียว  ขอบของกระดองมีขนสีน้ำตาลแดงมีเหลือบประกายเขียว  coxa , labium , sternum และ maxilla มีสีน้ำตาลเข้มกว่าสีด้านล่างของ femur เล็กน้อย ที่ช่วงขาหน้า และ palps มีขนสั้นสีน้ำตาลประกายเขียวและมีขนยาวสีน้ำตาลแดงเข้มสม่ำเสมอตลอดเส้น  และช่วงขาหลังมีขนยาวสีเข้มที่ฐานของขน ตัดกับส่วนปลายที่มีสีอ่อนค่อนข้างขาว  วงแหวนที่ปลายของ femur tibia และ metatarsus ค่อนข้างขาว   ท้องด้านบนมีกลุ่มของขนยาวสีน้ำตาลแดงประกายชมพูขึ้นปกคลุมบริเวณด้านหน้าและด้านข้างของท้อง และมีขนสั้นสีดำเป็นพื้นล่าง  ส่วนหน้าท้องมีสีน้ำตาล

ตัวผู้มีขนาดประมาณ 12.4 cm. กระดองสีน้ำตาลปกคลุมด้วยขนสั้นประกายเขียวและทอง ขอบของกระดองมีขนยาวสีเดียวกันกับขนบนกระดอง  coxa , labium , sternum และ maxilla มีสีน้ำตาลเข้มกว่าสีด้านล่างของ femur ขาและ palps มีขนสั้นประกายเขียวและน้ำตาลแดง  ขาหน้ามีขนยาวสีเข้มเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนขาหลังมีขนยาวสีเข้มที่ฐานและตัดกับสีที่ขนส่วนปลาย  วงแหวนที่ปลาย femur tibia และ metatarsus สีออกขาว  ส่วนท้องปกคลุมด้วยขนยาวสีน้ำตาลแดงประกายชมพูและขนสั้นสีดำ ด้านล่างของท้องมีสีน้ำตาล

 

A.avicularia ตัวเมีย และ A.avicularia ระยะแรก

มีการศึกษามากมายที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการกระจายตัว  พฤติกรรม นิเวศวิทยา จากการศึกษาของ Stradling ในปี 1994 รายงานว่าสามารถพบได้ในไร่สวนและสิ่งก่อสร้างของมนุษย์เขาพบว่ามันทำรังระหว่างใบไม้ของไม้พื้นล่างจำพวกเฮลิโคเนีย (พืชจำพวกพุทธรักษา) กำลังดูแลถุงถุงไข่ที่วางไว้ติดกับพุทธรักษาภายในรัง  และนอกจากนี้ยังพบว่ามันสามารถที่จะสร้างรังที่มีโครงสร้างหลายชั้นโดยไม่มีใบไม้ภายในได้  บึ้งชนิดนี้จับตักแตนใบไม้ แมลงสาบ แมลงปีกแข็ง และแม้แต่กิ้งก่า (น่าจะเป็นกิ้งก่าขนาดเล็ก)  พวกมันจะจับคู่ผสมพันธุ์ขณะที่ตัวพวกตัวผู้จะเริ่มเต็มวัยในฤดูฝน (พฤษภาคม – มิถุนายน) ตัวเมียจะเริ่มออกไข่ประมาณเดือน พฤษภาคมเป็นต้นไป ไข่จะฟักออกเป็นตัวในระหว่างฤดูฝนซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการฟักในช่วง 29-62 วัน ซึ่งแต่ละถุงไข่บึ้งที่ฟักเป็นตัวประมาณ 125 ตัว  และมีงานวิจัยที่รายงานโดย Bates พบว่าบึ้งที่อยู่ในรัฐปาราของบราซิลมีความคล่องแคล่วมากในการจับนกตัวเล็กๆ เป็นอาหาร ในขณะที่ภายในรังยังมีนกขนาดเล็กอีกตัวอยู่ภายในรัง   F.O. Pickard-Cambridge (1896) พบว่าหลายตัวทำรังเป็นทรงกระบอก นั่นรวมทั้งทำรังในลำต้นกลวงของต้นปาล์มอาไซอิ (Acai ปาล์มต้นเล็กสูงคล้ายต้นหมาก  ผลรับประทานได้เป็นผลไม้ของทางอเมริกาใต้)  บางตัวทำรังในม้วนใบอ่อนของใบกล้วย หรือใบกล้วยที่หักพับ หรือแม้กระทั่งกลางยอดของไม้ประเภทสับปะรด  Villa ได้ทำการศึกษาในจังหวัดหนึ่งในเปรูบึ้งมักทำรังตามต้นและกาบใบของปาล์มพวกมันจะผสมพันธุ์กันในเดือนกันยายนและตุลาคม



ชวลิต ส่งแสงโชติ (18 เมษายน 2563)

 

Taxonomic references

Aranea avicularia Linnaeus, 1758
Aranea vestiaria De Geer, 1778
Mygale avicularia Latreille, 1804
Mygale scoparia C. L. Koch, 1841
Avicularia vestiaria Ausserer, 1871
Avicularia vulpina Ausserer, 1871
Avicularia avicularia Simon, 1892
Avicularia exilis Strand, 1907
Avicularia ancylochira Mello-Leitão, 1923
Avicularia cuminami Mello-Leitão, 1930
Avicularia nigrotaeniata Mello-Leitão, 1940
Avicularia velutina Schiapelli & Gerschman, 1945
Avicularia cuminamensis Bonnet, 1955
Avicularia avicularia Bücherl, 1957

เอกสารอ้างอิง

Bates HW (1863) The naturalist on the River Amazons, a record of adventures, habits of animals, sketches of Brazilian and Indian life and aspects of nature under the Equator during eleven years of travel. J. Murray, London, 351 pp. https://doi.org/10.5962/bhl.title.21335

Fukushima CS, Bertani R (2017) Taxonomic revision and cladistic analysis of Avicularia Lamarck, 1818
(Araneae, Theraphosidae, Aviculariinae) with description of three new aviculariine genera. ZooKeys 659: 1–185.
https://doi.org/10.3897/zookeys.659.10717

Pickard-Cambridge O (1881) On a new spider of the family of Theraphosidae. Proceedings of the Zoological Society of London 1881: 682–685. http://www.biodiversitylibrary.org/ page/30759895#page/830/mode/1up

Stradling DJ (1994) Distribution and Behavioral Ecology of an Arboreal ‘Tarantula’ Spider in Trinidad. Biotropica 26 (1): 84–97. https://doi.org/10.2307/2389113
Taxonomic revision and cladistic analysis of Avicularia Lamarck, 1818 (Araneae, Theraphosidae, Aviculariinae) with description of three new aviculariine genera http://zoobank.org/References/79A6393D-8021-41B8-BF1A-2A3723AFECFB

Villa KJN (2004). Identificación de Avicularia sp. (Aranea-Theraphosidae) y su comportamiento bajo condiciones de cautiverio. Tesis presentada para optar al titulo professional de Biólogo. Universidad Nacional de San Antonio Abad del Cusco, Facultad de Ciencias Biológicas, Cusco, Perú.

 

#1 โดย: isoarray@gmail.com [IP: 171.6.154.xxx]
เมื่อ: 2020-05-02 17:00:04
"Avicularia มาจากภาษาลาตินแปลว่า “แมงมุมนก” " อยากให้มีบอกความหมายในภาษาลาตินแบบนี้ทุกตัวจังเลยครับ ขอรบกวน Admin หน่อยนะครับถ้าทำได้

ชื่อผู้ตอบ: