ทารันทูล่า

        ทารันทูล่า (Tarantula) ชื่อนี้ฟังดูอาจจะไม่คุ้นหูคนไทยสักเท่าไหร่แต่หากว่าเราก็สามารถเรียกมันอีกชื่อหนึ่งซื่งเป็นชื่อไทยๆ นั่น ก็คือ “บึ้ง”  แต่ทุกวันนี้บึ้งเป็นที่รู้จักกันค่อนข้างน้อยสำหรับคนรุ่นใหม่อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยได้พบเห็นกันง่ายๆ เหมือนสมัยก่อนที่สามารถพบเห็นได้ตามท้องไร่ปลายนาแถวชานเมืองหรือตามย่านชนบท  อาจจะเป็นเพราะมนุษย์เริ่มขยายเขตที่อยู่อาศัยและเขตเกษตรกรรม และเริ่มใช้สารเคมีกันมากขึ้นทุกวันนี้จึงเห็นมันได้น้อยลงหากไม่ไปในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ  อันที่จริงบึ้งนั้นก็อยู่กับวิถีชีวิตคนไทยในชนบทมาอย่างช้านานเหมือนกัน  บึ้งนั้นจัดเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ค่อนข้างสะอาด ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการนำบึ้งไปปรุงเป็นอาหารหลากหลายชนิด เช่น ลาบบึ้ง บ่นบึ้ง เป็นต้น

        บึ้งถูกกล่าวถึงในนวนิยายหลายเล่ม เช่น หนังสือ “ลูกอีสาน” เป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2522 หนังสือเล่มนี้เขียนอิงจากชีวิตจริงของครอบครัวผู้เขียนที่ได้กล่าวถึงความแห้งแล้งกันดาร และความอดอยากปากแห้งของผู้คนภาคอีสานในสมัยนั้น (ก่อนปี พ.ศ.2500)  ได้เขียนถึงการไปขุดหาบึ้งมาทำอาหารประทังชีวิต  ในเรื่องได้มีการนำเอาบึ้งมาทำเป็น “ลาบบึ้ง”  แต่ก็ยังมีการเข้าใจผิดอยู่มากเพราะได้มีการกล่าวว่า “ถ้าบึ้งตัวไหนมี 10 ขา เรียกว่า ‘บึ้งบ้า’ กินไม่ได้ถ้ากินแล้วจะเป็นบ้ารักษาไม่หาย”  ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้เลยที่บึ้งจะมี 10 ขา    และมหาอมตะนิยายอย่าง “เพชรพระอุมา”  เป็นอภิมหานวนิยายการผจญภัยเลยก็ว่าได้ ในเนื้อเรื่องมีการนำตัวบึ้งมาย่างไฟเพื่อนำมาเป็นอาหารก็เป็นวิถีการดำรงชีวิตในป่า   (แต่โดยส่วนตัวผมเองก็เคยกินบึ้งอยู่เหมือนกันโดยการย่างไฟกิน กลิ่นจะหอมฉุยคล้ายกุ้งเผา และรสชาติก็ กรอบ อร่อยหอมมัน)  และยังได้มีการนำบึ้งไปร่วมเข้าฉากภาพยนตร์ฮอลลีวูด  ละครในทีวีอยู่หลายเรื่องแต่ส่วยใหญ่จะถูกกล่าวขานไปในทางที่แย่ๆ ของแมงมุม  มีอยู่มีไม่กี่เรื่องที่ดำเนินเรื่องถึงด้านดีๆ และสร้างสรรค์ของแมงมุม เช่น  เรื่องแมงมุมเพื่อนรัก  คงจะเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้กับคนทั้งโลกมาแล้ว

บึ้งย่าง

        บึ้งก็มีการกล่าวถึงในหลักความเชื่อของสังคมไทยในชนบทอยู่บ้าง เช่น  ถ้าบึ้งถ้าบึ้งขึ้นบ้านขึ้นเรือนจะโชคร้ายคนในบ้านจะเจ็บไข้ได้ป่วยต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์กันเลยทีเดียว  บางความเชื่อก็เชื่อว่าบึ้งสามารถนำโชคลาภมาให้ได้ เช่น ถ้าเห็นรูบึ้งหันไปทางทิศตะวันออกสามารถขอหวยได้โดยการนำกระดาษเขียนตัวเลขแล้วม้วนหยอดลงไปในรู แล้วถ้าบึ้งคาบตัวเลขใดออกมาก็นำตัวเลขนั้นไปแทงหวยได้  แม้กระทั่งเมื่อต้นเดือน เมษายน ที่ผ่านมานี้เองก็เกิดเรื่องฮือฮา คุณยายวัย 83 ปี ทำพิธีขอหวยกับบึ้งแล้วก็ถูกเสียด้วย จนเป็นข่าวออกในรายการข่าวทางทีวีของพิธีกรชื่อดังคับประเทศ (โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวสาร)    ผมเองก็อยู่ในภาคอีสานเช่นกันก็ได้ยินคำบอกเล่าเหล่านี้มามากพอสมควร  และ ด้วยความที่บึ้งนั้นมีความดุร้ายไม่แสดงอาการของความเป็นมิตร ก็เลยอาจจะนำคำว่า “บึ้ง” ไปเปรียบเปรยกับคนที่มีสีหน้าแสดงอาการโกรธ ไม่พอใจทำสีหน้า “บึ้งตึง”  และไม่ว่าจะมีสักกี่ความเชื่อ และไม่ว่าคนส่วนใหญ่จะมีรู้จักบึ้งในมุมมองใดก็ตาม  ตั้งแต่นี้ต่อไปเราจะมาทำความรู้จักกับ ทารันทูล่า หรือ บึ้ง กันเสียใหม่และถึงเวลาแล้วที่ความงดงามตระการตาด้วยมนต์เสน่ห์แห่งสีสันและความน่าประทับใจของมันจะถูกเปิดเผยสู่สายตาของคนผู้คน

        ทารันทูล่าจัดเป็นแมงมุมโบราณที่อาศัยอยู่บนโลกของเรามาเป็นเวลากว่า 350 ล้านปีมาแล้ว  ทั้งๆ ที่มันอยู่บนโลกของเรามาก่อนมนุษย์นานมากแต่พวกเราก็รู้จักมันน้อยมาก   และเป็นกลุ่มแมงมุมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  พวกมันอาศัยอยู่กระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมโลก  ไม่ว่าจะเป็น เขตทะเลทราย  เขตทุ่งหญ้า  เขตภูเขาสูง  หรือภายในถ้ำมืดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตป่าร้อนชื้นจะมีชนิดที่หลากหลายมากขึ้น  เพราะเป็นเขตป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด  ไม่มีนักสำรวจคนใดสามารถรู้ว่าบนโลกใบนี้มีทารันทูล่ากี่ชนิดกันแน่  แต่ที่แน่ชัดและถูกค้นพบแล้วมีพวกมันมีประมาณ 900 ชนิด และถูกค้นพบใหม่อยู่ทุกในทุกๆ ปี  และแม้แต่ในประเทศไทยเองก็ตามก็ยังมีการค้นพบชนิดใหม่อยู่บ่อยครั้ง   แต่เป็นที่น่าเสียดายในแง่ที่ว่านักวิจัย และนักสำรวจไทยยังให้ความสำคัญกับมันน้อยมาก  ส่วนใหญ่ประเทศไทยและประเทศในแถบเส้นศูนย์สูตรเป็นดุจสวรรค์ของนักสำรวจต่างประเทศที่จะเข้ามาสำรวจและเก็บตัวอย่างแมงมุมชนิดใหม่ออกไปเพื่อบันทึกสายพันธุ์ใหม่สร้างผลงานให้กับตัวเอง

สภาพป่าฝนเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์

        ทารันทูล่า มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันในแต่ละแห่ง เช่นในไทยเรียกว่า “บึ้ง” เพราะความดุร้ายและความไม่เป็นมิตรของมัน  ฝั่งแอฟริกา เรียกมันว่า บาบูนสไปเดอร์(Baboon Spider)  เพราะมันดุร้ายเหมือนลิงบาบูน  ในอเมริกาเหนือเรียกมันว่า “ทารันทูล่า”   อเมริกาใต้เรียกว่า  แมงมุมนก (Bird Spider)  ไม่ใช่ว่ามันสามารถบินหรือร่อนได้เหมือนนก หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งคล้ายนกนะครับ   ที่มันมีชื่อเรียกอีกชื่อก็เนื่องจากในปี ค.ศ. 1705 จิตกรชาวเยอรมันได้เดินทางไปยังอเมริกาใต้แล้ววาดภาพแมงมุมกำลังกินนกฮัมมิ่งเบิร์ด  และภาพนี้ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก  ดังนั้นมันจึงมีชื่อเรียกว่า “แมงมุมกินนก หรือ แมงมุมนก” นั่นเอง   แต่ในความเป็นจริงนั้นมันแทบจะไม่มีโอกาสได้กินนกเลย    แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถกินนกได้ แต่เนื่องจากโอกาสที่มันจะกินนกได้นั้นมีน้อยมาก 

หน้าที่    1    2    3

Visitors: 45,319